
มาพูดถึงวิธีทำให้กระจกมีความเงางามสมบูรณ์แบบกันดีกว่า
คนส่วนใหญ่มักจะไปซื้อ “เครื่องอบกระจกที่มีความเงาสูง” ราวกับว่ากำลังซื้อเตาอบขนมปัง… พวกเขาแค่ต้องการเครื่องที่มีรูปร่างหน้าตาเหมาะสมเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว การทำให้กระจกมีความเงาเหมือนกระจกสะท้อนแสงนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับหลอดไฟที่เลือกมาเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างความร้อน สารเคมีที่ใช้ในการเคลือบผิวกระจก และตัวกระจกเองด้วย
ปัญหาในการอบกระจก
หากคุณต้องการให้กระจกมีความเงางามสูง คุณต้องควบคุมอัตราการระเหยของสารเคมีให้เหมาะสม
ถ้าให้ความร้อนมากเกินไปหรือเร็วเกินไป กระจกก็จะมีรอยขรุขระ หรือมีจุดที่ไม่เรียบเกิดขึ้น แต่ถ้าให้ความร้อนน้อยเกินไป กระจกก็จะยังมีความเหนียวอยู่ และคุณก็จะต้องมานั่งจัดการกับความยุ่งเหยิงนั้นอีก นั่นคือเหตุผลที่เราไม่สามารถแค่นำเครื่องทำความร้อนมาใส่ในกล่องแล้วส่งไปให้คุณได้ เราต้องรู้ว่าอัตราการทำงานของเครื่องของคุณเป็นอย่างไร และความหนาของชั้นเคลือบบนกระจกเป็นเท่าไหร่ด้วย
ทำไมเราถึงต้องเห็นพื้นผิวกระจกจริงๆ
แม้ว่าข้อมูลในเอกสารจะดี แต่มันก็ไม่สามารถบอกทุกอย่างได้ มันไม่สามารถบอกได้ว่าตัวกระจกมีปัญหาเรื่องการเกิดออกซิเดชันหรือไม่ หรือว่าสายพานลำเลียงมีผลต่ออุณหภูมิหรือเปล่า
ผมขอเลือกที่จะไปดูสถานที่จริง เพื่อดูว่ามีจุดที่มีอุณหภูมิสูงเกินไปหรือไม่ ผมกำลังมองหาจุดที่มักจะถูกมองข้ามไป เช่น:
*จุดที่มีอุณหภูมิต่ำ ซึ่งทำให้กระจกไม่มีความเงาเนื่องจากหลอดไฟอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง
*อุณหภูมิสูงเกินไป ซึ่งทำให้ขอบกระจกเสียรูป
*ปัญหาเรื่องการไหลของอากาศ เช่น เมื่อพัดลมระบายอากาศดูดความร้อนไปก่อนที่การอบจะเสร็จสมบูรณ์
ข้อเสียของการใช้ความร้อนสูง
แน่นอนว่าเราสามารถเลือกใช้หลอดไฟอินฟราเรดที่มีกำลังสูง เพื่อลดเวลาการอบลงครึ่งหนึ่งได้ ฟังดูดีใช่ไหม?
แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน ความร้อนสูงขนาดนั้นจะสร้างแรงกดดันให้กับระบบไฟฟ้าอย่างมาก นอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อกระจกด้วย คุณไม่สามารถนำหลอดไฟที่มีกำลังสูงมาใส่ในตัวเครื่องเก่าได้ เพราะระบบระบายความร้อนอาจไม่สามารถรองรับอุณหภูมิสูงได้
นั่นคือเหตุผลที่เราเริ่มต้นด้วยการวินิจฉัยก่อน เราต้องทราบข้อมูลเกี่ยวกับอุณหภูมิก่อน จากนั้นค่อยพิจารณาเรื่องอุปกรณ์ต่างๆ วิธีนี้จะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเงินไปกับหลอดไฟราคาแพงที่เครื่องของคุณไม่สามารถใช้งานได้